เช็ดกระจกอย่างไรให้เงาวับ ใสกริ๊ง

Last updated: 10 พ.ค. 2565  |  37 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เช็ดกระจกอย่างไรให้เงาวับ ใสกริ๊ง

ช่วงนี้เทนท์การตกแต่งบ้านด้วยกระจกกำลังเป็นที่นิยม ทั้งเปลี่ยนผนังปูนเป็นผนังกระจก ประตูกระจกบานเลื่อน หน้าต่างกระจก หรือแม้แต่ตู้เสื้อผ้าก็นิยมให้ภายนอกเป็นกระจกเงาทั้งชื้นเพื่อใช้ส่องเวลาแต่งตัวนั้นเอง ซึ่งการตกแต่งบ้านด้วยกระจกนั้นหากเกิดรอยขีดข่วนหรือคราบเปื้อนจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน จึงควรเช็ดทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แต่การจะเช็ดให้กระจกใสกริ๊งนั้นก็อาจต้องมีเคล็ดลับหรืออุปกรณ์เสริมบ้างอย่างมาช่วย โดยวันนี้เราจะมาแนะนำหลากหลายวิธีที่จะทำให้กระจกสะอาดดูใสเงาวับมาฝากกันค่ะ

ซึ่งอุปกรณ์หลักๆที่ควรมีมีดังนี้

 



(ผ้าไมโครไฟเบอร์)

 

1.ผ้าไมโครไฟเบอร์ เป็นผ้าที่มีขนแต่ไม่หลุดลุ่บง่ายทำให้เมื่อเช็ดกระจกคู่กับน้ำหรือน้ำยาแล้วขนผ้าไม่หลุดติดบนกระจกนั่นเอง

 



(ยางรีดน้ำกระจก)

 

2.ยางรีดกระจก ซึ่งมีทั้งแบบด้ามยาวและด้ามสั้นส่วนปลายเป็นยางรีดที่มีลักษณะเรียบแบนใช้รีดน้ำออกจากกระจกเพื่อให้น้ำแห้งสนิทไม่เป็นคราบน้ำบนกระจก

 



(ขวดใส่น้ำยาแบบหัวสเปรย์)

 

3.ขวดใส่น้ำยาแบบหัวฉีด ใช้บรรจุน้ำยาทำความสะอาดหรือของเหลวเพื่อสะดวกต่อการกระจายน้ำยาให้ทั่วถึงบนกระจกจึงควรใช้เป็นแบบหัวฉีดนั้นเอง

 



(ถุงมือยาง)

 

4.ถุงมือยาง สำหรับแม่บ้านที่แพ้ง่ายควรสวมถุงมือยางเพื่อป้องกันน้ำยาทำความสะอาดกัดมือ จึงควรสวมถุงมือยางทุกครั้งที่ทำความสะอาดนั่นเองค่ะ

 

เมื่อเตรียมอุปกรณ์แล้วก็เข้าสู่เคล็ดลับในการทำให้กระจกใสซึ่งตัวแปรหลักก็คือ น้ำที่ใช้เช็ดกระจกนั้นเองโดยเราจะยกเอาเคล็ดลับหลักที่หลายบ้านใช้กันดังนี้ค่ะ

 



(น้ำส้มสายชู)

 

1.น้ำส้มสายชู เพียงผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนประมาณ 5:1 (น้ำเปล่า 5 ส่วนน้ำส้มสายชู 1 ส่วน) แล้วผสมให้เข้ากันจากนั้นฉีดให้ทั่วบริเวณที่ต้องการแล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือยางรีดกระจกเช็ดทำความสะอาดให้แห้ง ความเป้นกรดในน้ำส้มสายชูจะช่วยให้กระจกดูเงาขึ้นนั่นเองโดยหากหลังจากเช็ดทำความสะอาดแล้วยังมีกลิ่นน้ำส้มสายชูหลงเหลืออยู่อาจใช้น้ำสะอาดเช็ดทำความสะอาดอีกรอบก็ได้โดยควรเช็ดให้แห้งสนิทไม่ควรปล่อยให้หยดน้ำทิ้งไว้เพราะจะกลายเป็นคราบน้ำที่ติดทนเสียยิ่งกว่าคราบฝุ่นหากปล่อยทิ้งไว้นาน

 



(สบู่เหลว)

 

2.น้ำสบู่ เป็นอุปกรณ์ที่หาง่ายมีใช้ทุกบ้านแต่สามารถใช้ความสะอาดได้ดีไม่แพ้สิ่งอื่นนั้นก็คือน้ำสบู่ โดยผสมน้ำสบู่เหลวกับน้ำสะอาดลงในขวดสเปรย์จากนั้นนำไปฉีดให้ทั่วแล้วใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดตามปกติ

 



(น้ำยาเช็ดกระจก)

 

3.น้ำยาทำความสะอาด แน่นอนว่าปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่าย และใช้งานง่ายเพราะในบางยี่ห้อจะบรรจุมากับขวดสเปรย์พร้อมใช้งาน รวมถึงมีคุณสมบัติเสริมต่างๆมากมายทั้ง มีกลิ่นหอม มีสารเคลือบให้กระจกดูเงาใสเป็นต้น

 



(แอลกอฮอล์ล้างแผล)

 

4.แอลกอฮอล์ กระจกบางมุมอาจมีคราบเปื้อนติดฝังทนอยู่เป็นจุดดังนั้นควรใช้สำลีทั้งแบบก้อนหรือแบบก้านจุ่มแอลกอฮอล์แล้วเช็ดทำความสะอาดเฉพาะจุดจากนั้นจึงค่อยใช้น้ำยาทำความสะอาดเช็ดให้ทั่วกระจกจะทำให้กระจกสะอาดมากขึ้น

 



(เบกกิ้งโซดา)

 

5.เบกกิ้งโซดา เมื่อพูดถึงเรื่องการทำความสะอาดเบกกิ้งโซดานั้นถือเป็นส่วนประกอบที่ดีที่จะช่วยขจัดคราบต่างๆได้หลากหลาย โดยในการนำมาใช้ำความสะอาดกระจกนั้นจะใช้ส่วนประผสมได้แก่ น้ำสะอาด น้ำมะนวนและเบกกิ้งโซดาผสมเข้าด้วยกันในประมาณ น้ำ 3 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ถ้วยและเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนแล้วฉีดให้ทั่วและเช็ดทำความสะอาดตามปกติ ความเป็นกรดของมะนาวและความความเป็นด่างของเบกกิ้งโซดาจะทำให้เกิดแก๊สเป็นฟองที่จะช่วยทำวามสะอาดสิ่งสกปรกได้ง่ายขึ้น

 



(ครีมทำความสะอาดอเนกประสงค์สเตคลีน)

 

6.สเตคลีน น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์เพราะสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ทุกสิ่งทั้งเครื่องหนัง (ยกเว้นหนังกลับเพราะจะทำให้เกิดรอยด่าง) พลาสติก เครื่องทองเหลือง เครื่องเงิน รวมไปถึงกระจกที่ติดคราบกาวหรือคราบสติกเกอร์ก็สามารถใช้สเตคลีนเช็ดทำความสะอาดได้เหมือนกัน เพียงใช้ผ้าสะอาด (ผ้าแห้ง) จุ่มสเตคลีนแล้วเช่นให้ทั่วบริเวณที่ต้องการโดยไม่ต้องล้างน้ำออกหลังจากขัดไปจะมีคราบสกปรกออกมากับผ้า นอกจากนั้นหากกระจกมีคราบเหลืองทั้งกระจกเงาทีใช้มาเป้นเวลานานหรือกระจกหน้ารถก็สามารถใช้สเตคลีนเช็ดทำความสะอาดได้เช่นกันค่ะ

 



(เช็ดโต๊ะกระจก)

Powered by MakeWebEasy.com